กินเที่ยวแบบฉบับ GooLoo ChiangMai ท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไม่รู้ไปไหน เกมส์ออนไลน์ เกมส์คาเฟ่ Game Flash Game Online บ้านทรงไทย ใกล้แม่น้ำปิง บ้านไม้ทรงไทย เชียงใหม่ บรรยากาศดี
----------------------------------------
ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์  เชียงใหม่และประเทศไทย [สมัครสมาชิกก่อนโพส]
----------------------------------------
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ยาคุมฉุกเฉิน : ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย  (อ่าน 3529 ครั้ง)
endcenter
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3457



เว็บไซต์

« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2011, 10:24:06 AM »



ยาคุมฉุกเฉิน : ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย
สถาบันสูตินรีแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American College of Obstetrics and Gynecology-ACOG) ได้ทำการศึกษาวิจัยผลกระ ทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้ยา คุม ฉุกเฉิน พบว่าการใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธีและใช้เฉพาะ ใน กรณีฉุกเฉิน จริงๆนั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization:WHO) ยังได้บรร จุยาคุมฉุกเฉินไว้ในบัญชียา ในปี พ.ศ. 2539 ด้วย สำหรับผู้ที่มีประ วัติเป็นโรคลมชัก , โรคหัวใจ , โลหิตแข็งตัวง่าย หรือโรคที่เกี่ยวเนื่องกับ เส้นเลือดหัวใจ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เสียก่อน หรืออาจจะใช้ยาคุม ฉุกเฉิน ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งจะปลอดภัยกว่าชนิดฮอร์โมนผสม อ่าง ไรก็ตาม ประมาณ 20 ปี ที่มีการผลิตยานี้ขึ้นมาใช้ ยังไม่พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตหรืออาการแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิด ขึ้นจากการใช้ยาคุมฉุกเฉิน
การกินยาคุมฉุกเฉินสามารถทำให้เกิด การแท้งได้หรือไม่

ในทางการแพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสมมีการฝังตัวที่มดลูกอย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งกระบวนการฝังตัวนี้จะเริ่มต้นหลังจากเกิดการผสมระหว่างไข่กับ อสุจิแล้วประมาณ 5 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะฝังตัว เสร็จสมบูรณ์ ตัวยาในยาคุม ฉุกเฉิน จะไร้ประสิทธิภาพไปในทัน ทีที่กระบวนการฝังตัวเกิดขึ้น จึงไม่สามารถทำให้เกิดการแท้ง ได้อย่าง เด็ดขาด

ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินแล้วแต่ยัง ตั้งครรภ์ เด็กในครรภ์จะพิการ หรือไม่
การกินยาคุมฉุกเฉินในกรณีฉุกเฉินจริงๆ (ซึ่งไม่น่าจะเป็นกรณีที่เกิด ขึ้นบ่อยๆในชีวิตของผู้หญิง คนหนึ่งๆ) ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทารกมีความ พิการแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่ผู้หญิงกินยา โดยไม่รู้ตัวว่ากำลัง ตั้งครรภ์อยู่ หรือกินยานี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แต่ไม่ได้ผลก็ตาม เพราะมีการศึกษาพบว่าการกินยาคุมในขณะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่ได้เพิ่ม ความเสี่ยงต่อความพิการ ของทารกที่จะคลอดออกมา ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำการกินยาคุมแบบธรรมดา จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่ายาคุมฉุกเฉิน

ถุงยางอนามัยกับยาคุมฉุกเฉิน: อย่างไหนดีกว่ากัน
ถุงยางเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และการติดโรคติด ต่อทางเพศสัมพันธ์ไปพร้อมๆกัน ในขณะที่ยาคุมฉุกเฉินเพียงแค่ช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์เฉพาะ กรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้ ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยย่อมเป็นทางเลือก ที่ดีกว่าแน่นอน ยาคุมฉุกเฉินเป็นเพียง ทางออกสำรอง เป็นเพียง ทางเลือกสุดท้าย ของการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น ยิ่งคุณมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ การใช้ถุงยางจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน แถมยังช่วยป้องกันโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้อีกด้วย

วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน สามารถลดจำนวนการทำแท้งได้ จริงหรือ
วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะลดจำนวนการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ลง นั่นคือช่วยลดความจำเป็น ของการทำแท้งลงด้วยเช่นกัน ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งต่ำที่สุด ในบรรดาประเทศอุตสาหกรรม พบว่าประชาชนวัยหนุ่มสาวมีอัตรา การคุมกำเนิดสูงมาก อีกทั้งยังมีบริการเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดแบบ ฉุกเฉินเพื่อใช้เป็นทาง ออกสำรองอยู่อย่างแพร่หลาย มาเป็นเวลากว่าทศวรรษ ส่วนที่ประเทศฟินแลนด์ มีหลักฐานชี้ชัดว่าอัตราการทำแท้งในกลุ่ม วัยรุ่นได้ลดลงหลังจาก ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการคุมกำเนิดฉุกเฉินออกไปในวงกว้าง ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศที่การทำแท้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พบว่าการเสียชีวิตของผู้หญิง ในวัยเจริญพันธุ์มีสาเหตุใหญ่มาจากการ ทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ปัญหาเกี่ยวกับการทำแท้ง ถือเป็นความล้มเหลวที่สำคัญอันเกิดจาก ความขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์ ในท่ามกลางเงื่อนไขเช่นนี้ ถือได้ว่าวิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะช่วยลดการตายและ การสูญเสีย ลงได้ อาจช่วยลดความต้องการบริการทางการแพทย์ที่นับวันจะเพิ่ม มากขึ้น ทั้งเตียงคนไข้ที่ไม่เพียงพอ จำนวนหมอและพยาบาล ปริมาณ โลหิตสำรองที่มีผู้บริจาคเอาไว้ รวมตลอดจนถึงความจำเป็นที่ต้องให้การ รักษาผู้หญิงที่บอบช้ำจากการทำแท้งด้วย

มีผู้หญิงจำนวนมากเท่าไรที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน
พบว่าอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินมีสูงมากในประเทศที่มีการจำหน่าย ยาในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้ มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดที่สะดวกต่อการกิน และมีใบกำกับยาที่ถูกต้องชัดเจนสำหรับทั้งหมอ และผู้ที่ต้องการใช้ ซึ่ง มักเป็นประเทศในแถบยุโรป ในขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา มัก จะเคยได้ยินข้อมูลเรื่อง "ยาคุมหลังร่วมเพศ" มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินคืออะไร และมีวิธีการ ใช้ที่ถูกต้องอย่างไรในปี พ.ศ. 2537 มีการสำรวจในสหรัฐอเมริกา โดยมูลนิธิตระกูลเฮนรี่ เจ ไคเซอร์ (Henry J. Kaiser Family Foundation) พบว่ามีผู้หญิงอเมริกัน เพียง 1 % โดยประมาณเท่านั้นที่เคยใช้ยาคุมฉุกเฉิน และมีสูติแพทย์เพียง 1 ใน 4 ที่สั่งยานี้ให้คนไข้ ขณะนี้หลายหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังรณรงค์ให้ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องยาคุมฉุกเฉิน รวมทั้งรณรงค์ให้ร้าน ขายยาสามารถจำหน่ายยาคุมฉุกเฉินได้โดยไม่ต้อง มีใบสั่งยาจากแพทย์ด้วย สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสันนิษฐานว่าระดับความ รู้ และอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินน่าจะอยู่ในระดับต่ำมาก


* emercontra.jpg (40.63 KB, 591x354 - ดู 351 ครั้ง.)
 


บันทึกการเข้า

sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 11:14:13 AM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 11:42:17 AM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 11:48:12 AM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 11:57:44 AM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 12:02:48 PM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
sbobetdavid
บุคคลทั่วไป


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 12:17:35 PM »



Thank you
 


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: